[Short Fic KHR]...ส้วม...[2180]
posted on 28 Oct 2008 11:05 by aiwensnow in Fiction
Title : ส้วม
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : AiwenDil
Genre : Romance
Rate : PG-19
Pairing : 2180
Summary : เพราะส้วม....
…………………………………..
ความรักก็เหมือนโถส้วม
รองรับสิ่งที่ไม่ต้องการ
แต่ถึงอย่างนั้น...ก็จำเป็นต้องมี
“ทำอะไรอยู่หรอยามาโมโตะ” เสียงหวานถามเจื้อยแจ้วจากเบื้องหลังคนร่างสูง นึกสงสัยที่เห็นเพื่อนรักมัวแต่นั่งจ้องส้วมจนมันจะสะอาดอยู่แล้ว
“อ้าว สึนะไม่ทำงานหรอ” ยามาโมโตะไม่ตอบแต่ถามกลับพร้อมกับเงยหน้ามายิ้มให้คนที่กำลังยืนโค้งตัวมอง
สึนะส่ายหน้าเล็กน้อยแม้กระนั้นเส้นผมสีน้ำตาลไหมยวงยาวก็พัดไหวไปมา “โกคุเดระคุงช่วยดูให้อยู่น่ะ” เขาตอบ
“อ๋อ โกคุเดระให้มาพักสินะ” เมื่อเห็นเพื่อนพยักหน้าตอบก็แย้มยิ้มกว้างแล้วพูดต่อว่า “ก็ดีแล้วนี่หน่า นายนะสมควรพักบ้างแล้ว”
บอสวองโกเล่ร่างเล็กยิ้มบางให้ก่อนจะกลับมาสนใจเรื่องเดิม “แล้วยามาโมโตะมานั่งจ้องโถส้วมทำไมหรอ หรือว่าลื่นล้ม”
“เปล่าหรอก โดนให้มาทำความสะอาดน่ะ” มือใหญ่เกาแก้มตัวเองแก้เก้อ “เจ้า...เอ๊ย รีบอร์นให้ทำน่ะไม่มีอะไรหรอก” รีบพูดต่อเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าสงสัย....ใครมันกล้าใช้ผู้ที่เป็นถึงผู้พิทักษ์ของว่องโกเล่มาขัดส้วม....ประมาณเนี่ย
สึนะมีสีหน้าเหนื่อยใจทันทีที่ได้ยินคำตอบ “คิดอะไรของเจ้านั่น ลุกเถอะยามาโมโตะเดี๋ยวฉันช่วยด้วย” ว่าพลางสายตาก็ล่อกแล่กหาอุปกรณ์การขัดห้องน้ำที่คิดว่าร่างสูงตรงหน้าคงจะเตรียมมาเรียบร้อยแล้ว
“ฉันขัดเสร็จแล้วละสึนะ” ยามาโมโตะหัวเราะอย่างสดใสเช่นเคย
“อ้าว งั้นทำไม...”
“ไม่มีอะไรหรอก สึนะไปพักผ่อนต่อเถอะ” ร่างสูงเอ่ยเสียงใสให้เพื่อนคลายเป็นห่วง พูดอีกสักพักจนสึนะยอมจากไปโดยดี
พอกลับมานั่งคนเดียวอีกครั้งบุคคลที่ปกติตีสีหน้าร่าเริงเบิกบานใจตลอดเวลากลับทอดถอนใจออกมา กระเถิบตัวให้ชิดกับโถส้วมก่อนเกยคางกับขอบ เขาไม่เห็นจะเข้าใจสิ่งที่เจ้าหนูให้ทำเลย....
“ไง เจ้าหนูกลับมาแล้วหรอ” รอยยิ้มและน้ำเสียงสดใสถูกส่งให้ร่างสูงเพรียวที่ใส่หมวกตลอดเวลา
ร่างนั้นชักสีหน้าไม่พอใจกับคำทักทายที่อีกฝ่ายมอบให้ “แกไม่เห็นหรือไง ฉันตอนนี้สูงกว่าแก ไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนหรอกนะ เลิกเรียกฉันว่าเจ้าหนูซะที”
ยามาโมโตะเอียงคออย่างไม่เข้าใจ เป็นอะไรทำไมหงุดหงิดกับสรรพนามที่ถูกเขาเรียกอย่างเคยชินแบบนี้ “อ่า นายหงุดหงิดอะไรมารึเปล่าน่ะ” ถึงแม้กระนั้นก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายต้องการ
ร่างสูงไม่ตอบแต่เดินเลยผ่านยามาโมโตะเพื่อไปเข้าห้องตัวเองและทำท่าจะปิดประตูห้อง จนทำให้หนุ่มนักดาบต้องรีบพุ่งตัวแทรกเข้าห้องไปด้วย และถึงแม้จะมีสายตาคำถามเชิงตำหนิเขาก็เพียงส่งรอยยิ้มกว้างไปให้
รีบอร์นหันหลังมือขยับคลายปมเนคไทออก ในห้องเงียบกริบไม่มีใครส่งเสียงออกไปก่อนจนในที่สุดหนุ่มผู้ร่าเริงก็ไม่อาจทนกับบรรยากาศหนักอึ้งนี่ได้ “เจ้าหนู เอ่อ ไม่ใช่...รีบอร์นนายโกรธอะไรอยู่ใช่ไหม” เขาเปลี่ยนคำเรียกทันทีที่โดนนัยน์ตาคมตวัดมอง
ไม่มีเสียงตอบกลับมาร่างสูงเพรียวทำราวกับไม่ได้ยินคำถามและทำเหมือนไม่มีตัวยามาโมโตะอยู่ในห้องด้วย ยามาโมโตะถอนหายใจให้กับความเงียบที่น่าอึดอัด
...ไม่ได้เจอกันแรมเดือน...
...คิดถึงแทบใจจะขาด...
...เป็นห่วงจนแทบบ้า...
แต่ที่ได้กลับมาคือความเงียบที่น่าชิงชัง
“งานไม่เรียบร้อยหรือ” แต่ยังไม่ถอดใจเขายังคงลุกไล่คำถามต่อไป “มีปัญหากับพวกโคโรเนโร่หรือเปล่า” สายตาสังเกตพฤติกรรมของร่างสูงเงียบ ๆ “หรือพวกมา...”
“เงียบ!!” เสียงกร้าวตวาดดังลั่นห้อง แต่รีบอร์นไม่แม้แต่หันมามองสักนิด
ยามาโมโตะยิ้มแหย ๆ รู้สึกเหมือนตัวเองคล้ายสึนะเข้าไปทุกที...ดูแหยเสียจนน่าเพ่งกบาล...ต่างกันที่เขาแสดงท่าทางแบบนั้นกับคนตรงหน้าเพียงคนเดียว
ก่อนที่รีบอร์นต้องออกไปทำธุระให้สึนะก็มีเรื่องระหองระแหงกับเขาอยู่แล้ว เรื่องไม่เป็นเรื่องที่เขาหึง....แม้กระทั่งแรมโบ้...หนึ่งในผู้พิทักษ์ของบอสใหญ่แห่งวองโกเล่เช่นเดียวกับเขา หรือว่ายังโกรธเรื่องนั้นอยู่....
“อ่า หรือว่าโกรธเรื่องนั้นอยู่ใช่ไหม เอ่อ ฉันขอโทษที่หึงไม่เข้าเรื่อง” ยามาโมโตะพูดออกมาตรง ๆ ก้มหน้าสำนึกผิดกำลังจะเอ่ยพูดต่อแต่เสียงเข้มกลับพูดขึ้นก่อน
“บอกให้เงียบไง” หนุ่มนักดาบจึงต้องหยุดพูดเพียงเท่านั้น
นัยน์ตาสีดำประกายทอความท้อแท้ใจออกมาอย่างเด่นชัดถ้าเพียงแต่รีบอร์นจะหันมามอง “รีบอร์น...โทษทีนะที่กวนใจ ฮะฮะ ฉันแค่เป็นห่วงนะ งั้นฉันไปก่อนละกัน” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องการเจอหน้าแล้วจะอยู่ต่อไปทำไมละ
“ไปขัดส้วมซะ” ประโยคคำสั่งสั้น ๆ ดังขึ้นก่อนที่ยามาโมโตะจะทันเปิดประตูออกไป
“เอ๊ะ อะไรนะ” ได้ยินไม่ชัดมัวแต่เศร้า
รีบอร์นสะบัดหน้าหันมามองอย่างไม่พอใจก่อนจะพูดซ้ำประโยคเดิมพร้อมส่องปืนเตรียมเหนี่ยวมาให้ “ไปขัดส้วมซะ”
“อ๊ะ จ้า!” ถึงแม้จะไม่เข้าใจแต่ก็รีบตาลีตาเหลือกออกจากห้องไปทำตามคำสั่งประการฉะนี้แล....
“ขัดเสร็จแล้วหรือไงถึงนั่งเหม่อแบบนี้” ยามาโมโตะสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงเข้มดังขึ้นข้างใบหู
“เจ้า...รีบอร์น!!” เกือบลืมตัวเรียกสรรพนามที่เคยชินเสียแล้ว
ยามาโมโตะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับร่างสูงเพรียวที่เข้ามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง รีบอร์นยักยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางลุกลนที่ปนมากับท่าทางสับสนในการเรียกนามของเขา
“ขัดส้วมเสร็จแล้วหรอ” ถามย้ำอีกครั้ง
ยามาโมโตะยิ้มกว้าง “เรียบร้อยแล้วล่ะ ว่าแต่ให้ฉันขัด...”
“งั้นก็ดีแล้ว” ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเรียวประกบกับริมฝีปากของอีกฝ่าย
ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันกลับให้ความรู้สึกราวกับล่องลอย เบาบางและสบาย หนุ่มนักดาบปิดเปลือกตาลงช้า ๆ รับสัมผัสที่โหยหามานับเดือน ไม่เข้าใจอะไรเท่าไรนักแต่การที่คนรักกลับมาอารมณ์เป็นปกติเท่านั้นก็ดีแล้ว...สงสัยประจำเดือน (?) มากระมั้งถึงหงุดหงิดเป็นพิเศษแบบนี้
“หือ ใช้ห้องน้ำอยู่หรอกหรือครับ” ชายหนุ่มเรือนผมคล้ายสัปปะรดรากยาวลากเสียงยาวยอมกลั้นใจเดินไปใช้ห้องน้ำห้องอื่น
ดวงตาดำประกายเบิกกว้างมองไปยังคนที่เข้ามาเจอฉากหวานแล้วจากไป พยายามจะผละออกจากจูบแต่รีบอร์นกลับตรึงหน้าเขาไว้ให้รับรู้ว่าไม่ปล่อยไปง่าย ๆ “มันไปแล้วนี่จะอายอะไร” พูดออกมาแค่นี้ก็มอบจุมพิตต่อ
“หวา ขอประทานโทษครับ” เสียงหวานสำเนียงคุ้นหูดังแว่วเข้าหูทำเอายามาโมโตะต้องลืมตาด้วยความตกใจอีกครั้ง
“มีอะไรหรอครับพี่บาจิล” ฟูตะเดินเข้ามามองบ้าง “อ๊ะ ขอโทษครับ” มือเรียวรีบตวัดปิดตาคนที่ยืนตาค้างก่อนลากออกจากสถานที่พลอดรัก (?)
ยามาโมโตะส่งเสียงอู้อี้ในลำคอหวังให้อีกฝ่ายสนใจมือก็พยายามดันรีบอร์นออก แต่ร่างสูงเพรียวไม่ใส่ใจใช้แขนอีกข้างที่วางรวบหนุ่มนักกีฬาไว้หลวม ๆ
“....ที่อื่นไม่มีให้จู๋จี๋กันหรือไงถึงมาทำในห้องส้วมแบบนี้” ชายนัยน์ตาเรียวเหมือนเหยี่ยวพูดอย่างรำคาญ กะมาเข้าห้องน้ำแท้ ๆ แต่กลับมาเจอพวกไม่รู้จักสถานที่แบบนี้...หงุดหงิดจนอยากขย้ำให้ตายเลยโว้ย!! ฮิบาริเดินจากไปพร้อมกับเสียงโวยวายและเสียงขอชีวิตตรงระเบียงทางเดินดังมาเป็นฉากหลัง
ในที่สุดรีบอร์นก็ถอนจูบออกด้วยสีหน้าเซ็งโลก ทำไมมันเลือกมาเข้าห้องน้ำกันเวลาแบบนี้ฟ่ะ นัยน์ตาคมเหลือบมองใบหน้าแดงก่ำที่พยายามฝืนยิ้มให้เขาเต็มที่
“เป็นอะไรอีกล่ะ” ถามทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายคงเขินจากการที่ถูกใครหลายคนเห็น
“ง่า...ไม่มีอะไรหรอก” ยามาโมโตะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวแต่กลับหันหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับมือที่ยกมาเกาแก้มตัวเอง
รีบอร์นกอดอกมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายพลางคิดถึงต้นตอของความหงุดหงิดใจ....
ยามค่ำคืนในปราสาทหลังใหญ่กับชายหนุ่มผู้เดินทางไกลที่กำลังจะกดโทรศัพท์หาใครบางคน
“จะโทรหาเจ้าหนูนักดาบหรือเฟ้ยเฮ้ย” โคโรเนโร่เดินคาดผ้าพันหน้าผากตรงมาที่ชายหนุ่มซึ่งออกมายืนรับลม
รีบอร์นเหล่มองอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก “มีอะไรหรือไง”
“ไม่มีอะไรหรอก” อีกฝ่ายเหยียดยิ้มเยาะเย้ยมาให้เมื่อเห็นเพื่อนผมดำกดเบอร์โทรศัพท์
รีบอร์นหยุดมือนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะปิดฝามือถือและเก็บมันลงกระเป๋ากางเกง “แกมีปัญหาอะไรหรือไง” พูดเสียงเข้ม
“ก็เห็นจะโทรทุกวัน แต่ก็ไม่โทรแบบนี้...แกคงมีปัญหากับเจ้าหนูนั่นสิท่า” ชายผมทองลิ่วตาให้อย่างรู้ทัน
เออสิ มีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่แบบนี้จะปล่อยไปก็ใช่ที่ พอจะโทรก็ดันมีตัวกวนโผล่มาขัดเสียทุกทีแล้วตัวกวนจะเป็นใครไม่ได้นอกจากมันนี่ละ
“ติดกันเป็นลูกแหง่ไปได้งั้นฉันคงต้องเรียกแกว่าเจ้าหนูอีกคนแล้วสิ” โคโรเนโร่หัวเราะในลำคอ
“แล้วแกมีเรื่องกับสคัลหรือไงฮ่ะถึงมาตามตอแยกับฉันแบบนี้” สงสัยคงโดนใจละมั้งสะอึกแบบนั้น “เจ้านั่นคงสะบัดรักแกละสิ หึหึหึ” ได้ทีขอเอาบ้างละกันนะ
“ไม่ใช่!” ร่างสูงรีบพูดเสียงดังจนคลับคล้ายจะเป็นการตะคอก “ทำไมฉันจะต้องถูกเจ้านั่นทิ้งละเฟ้ย เจ้านั่นน่ะไม่จำเป็นสำหรับฉันสักหน่อย” ใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับพูดตอกย้ำตัวเอง “แกก็เหมือนกัน....พวกเราเป็นนักฆ่า เจ้าหนูนั่นก็เป็นนักดาบ ไม่จำเป็นต้องมีความรักไร้สาระหรอกเฟ้ยฉันจะบอกให้นะเว้ยเฮ้ย!”
“ไม่จริงซะหน่อย” รีบอร์นโต้กลับ
“ไม่จริงตรงไหน แกก็แค่รู้สึกดีที่มีคนอยู่ข้าง ๆ ละเว้ยเฮ้ย ความรู้สึกอะไรนั่นมันไม่จำเป็นสำหรับพวกเราหรอกเว้ยเฮ้ย” อัลโกบาเรโน่ผมทองพูดเสียงดัง
รีบอร์นส่ายหน้าไปมาช้า ๆ อย่างเอือมระอาจะพูดออกมาแต่ก็ไม่ทันอีกฝ่าย “แล้วก็นะถ้าแกกับเจ้าหนูนั่นทะเลาะกันอยู่แบบนี้ แล้วทำไมเจ้านั่นไม่โทรมาหาแกบ้างละเว้ยเฮ้ย” ทำไมจะไม่โทร...โทรมาแต่เขาไม่รับสายต่างหาก กำลังจะเถียงแต่.... “มันก็แปลว่าเจ้านั่นไม่ได้สนใจแกไม่ใช่หรือไง แกนะไม่จำเป็นสำหรับเจ้านั่นหรอกก็แค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นแหละเว้ยเฮ้ย!” ยิ่งพูดยิ่งออกนอกเรื่อง แต่มันก็ทำให้รีบอร์นเริ่มเดือด
“ถ้าแกมีปัญหากับเจ้าสคัลแกก็ไม่เคลียร์กับมันสิว่ะ อย่ามาพาลใส่ฉันแบบนี้นักฆ่าเองก็มีความรักได้เหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ” รีบอร์นขึ้นเสียงใส่
“งั้นแกก็พิสูจน์สิ เจ้าหนูนั่นมันจำเป็นสำหรับแกมากหรือไงก็แค่ส้วม...ใช้แล้วก็กดทิ้งเท่านั้นแหละ” แรงไปแล้วนะเจ้านี่....
รีบอร์นคิ้วกระตุกแต่ถ้ายิ่งพูดก็คงยิ่งพาลให้เพื่อนอัลโกบาเรโน่อารมณ์เสียมากขึ้นและตัวเองก็ด้วย จากวันนั้นเขาก็ไม่พูดกับโคโรเนโร่อีกเลยและเป็นวันเดียวกับที่เขาขึ้นเครื่องกลับฐานวองโกเล่ด้วย....
“....บอร์น รีบอร์น” ยามาโมโตะโบกมือไปมาตรงหน้าคนที่ยืนนิ่งไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มมีแววตาแล้วก็ถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรไป มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า” รีบอร์นตอบนิ่ง ๆ ก่อนหันหลังเดินออกจากห้องน้ำ
ยามาโมโตะก้าวเท้ายาว ๆ ตามหลังมาพร้อมรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้า “เออ แล้วทำไมถึงให้ฉันมาขัดส้วมแบบนี้ล่ะ” ชายหนุ่มขึ้นมาเดินเคียงข้างร้องถามด้วยความสงสัย
ร่างสูงใช้หางตามองแต่ไม่ตอบอะไรออกมาแม้อีกฝ่ายจะถามอีกหนก็ตาม ร่างสูง 2 ร่างเดินผ่านระเบียงที่มีแสงแดดทอแสงอย่างอบอุ่น แม้ไม่ได้จับมือหรือเกี่ยวนิ้ว ไม่ได้เอ่ยคำหวานระรื่นหูหรือแม้แต่คำพูดจาดี ๆ แต่ทั้ง 2 ร่างต่างก็หันมายิ้มให้กันและร่างหนึ่งก็ส่งเสียงหัวเราะสดใสเช่นเคย....
จะบอกได้ไงคำน่าอายที่ซ่อนอยู่ในคำสั่งขัดส้วมแบบนั้น
.
.
.
.
.
.
‘นายจำเป็นสำหรับฉัน’
Fin
>>>> รีบเขียนซะก่อนจะลืม ดันทำธุระอันแสนสำคัญในห้องน้ำแล้วคิดได้แถมคิดได้น้ำเน่ามากด้วย โอ้...เรานี่มัน...เน่าจริง ๆ R80 ในที่สุดก็ได้ลง T^T ต้องขอบคุณพระเจ้าส้วมจริง ๆ ที่ทำให้เราคิดเรื่องเน่า ๆ แบบนี้ได้ ขอบคุณพระเจ้าส้วมที่ทำให้เราได้เห็นสัจธรรม (?) และขอบคุณทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่าน (((>[]<)))