[SF Fic Catina] Midnight Blue
posted on 18 Oct 2008 11:48 by aiwensnow in Fiction
Title: Midnight Blue
Author: Snow dome
Category: Romance humor
Pairing: มอเตอร์ไซด์ (อัคนี) x หมีควาย
Rating: Nc-21
Spoilers: เรื่องนี้แต่งขึ้นจากนิยาย Original ของโดมเรื่อง The Catina Land:: lรื่องวุ่uๆ...เมื่อwมตาย!! ตามความต้องการของท่านปอบ...แต่งให้แล้วนะคะ ^^
“เฮ้อ....”
เสียงถอนหายใจเหนื่อยหน่ายดังลอดจากริมฝีปากเรียว ใบหน้าคมคายของบาทหลวงหนุ่มแสดงสีหน้าอ่อนล้าออกมาอย่างชัดเจน สองมือแข็งขันพยายามซ่อมแซมโปรแกรมที่เกือบถูกทำลายให้กลับมาใช้การได้ใหม่ แต่แล้วเมื่อถึงขีดสุดของร่างกาย เฟรโน่ก็ยกแขนขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง
“เฮ้อ...เซนนี่แย่จังเลยนะครับ เล่นทำลายไม่เลือกแบบนี้เนี่ย...” พูดพร้อมเลื่อนปลายนิ้วไปสัมผัสกับจอภาพสามมิติราคาแพงลิบ “โปรแกรมนี้ก็เหมือนกัน....ไปยั่วโมโหเด็กขี้โมโหอย่างนั้นก็สมควรจะเจ๊งแล้วล่ะ”
กริ๊ก ! นิ้วเรียวกดลงไปที่ปุ่ม ลับสุดยอด เบาๆ จากนั้นก็เกิดเสียงวี๊ วี๊เหมือนเครื่องยนต์กำลังทำงานอย่างหนัก พลันก็เกิดภาพเสมือนจริงบนแท่นศิลาหินสำหรับใช้จำลองภาพ
โปรแกรมรูปร่างคล้ายมนุษย์ค่อยๆ ปรากฏบนแท่นศิลาหินอย่างเชื่องช้า เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการจำลองภาพเสมือนจริงอันสามารถแตะต้องได้ด้วยมือเปล่าแล้ว ภาพที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเฟรโน่ก็คือภาพชายหนุ่มร่างสันทัด ใบหน้าคมคาย ผมสีน้ำตาลเข้มยาวสวยถูกมัดรวบไว้ด้านหลัง ดวงตาที่หลับพริ้มค่อยๆ เผยอเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ และหรี่เล็กลงเมื่อจับต้องกับแสงนีออน ร่างนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งกับแท่นพลางยกมือขึ้นป้องดวงตา ที่ด้านหลังมือได้ถูกสลักชื่อโปรแกรมไว้ว่า หมีควาย
เฟรโน่มองสำรวจร่างเปลือยเปล่าของหมีควายแล้วก็หมุนตัวสะบัดไปคว้าเสื้อขาดวิ่นสีดำก่อนจะโยนให้ร่างสันทัดใส่...เพราะถึงแม้จะเป็นแค่โปรแกรม แต่เมื่อถูกจำลองภาพเสมือนจริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับสิ่งชีวิตเลยสักนิด
“ใส่เสื้อซะแล้วบอกมา....มีอะไรเสียหายไปบ้างรึเปล่า...ให้ละเอียดด้วยนะ” เฟรโน่สั่งฉอดๆ
หมีควายกวาดสายตามองเจ้านายอย่างเกร็งๆ ก่อนจะรายงานความเสียหายให้ทราบเสียงสั่น “...เอ่อ...ที่ขาซ้ายมันรู้สึกหนักๆ เหมือนขยับไม่ได้ครับ แล้วก็....สายต่อที่ 58 ที่หลังขาดกับตัวยึดตัวที่ 192 พังไปแล้ว....เอ่อ...ครับ...”
“แค่นี้เหรอ” เสียงบาทหลวงหนุ่มถามอย่างคาดคั้น
ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงเย็นๆ จากปากเจ้านายของตน หมีควายก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่....เพราะรู้ว่าโปรแกรมห่วยๆ อย่างเขาในสายตาของเฟรโน่แล้ว เจ้านายไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลยที่ต้องมาซ่อมแซมให้....จะโยนทิ้งไปเลยก็ย่อมได้....แต่เจ้านายก็ไม่อาจทำได้...เพราะคำสั่งของเหนือหัวเบื้องบนเลยต้องมาแหกตานั่งซ่อมอยู่อย่างนี้
หมีควายแอบเหลือบมองตาเจ้านายแล้วสะดุ้งเฮือกรีบหลบสายตาทันที
อีแบบนี้....สงสัยจะอยากโยนเขาทิ้งถังขยะเต็มแก่แล้วสิ....แง~~
“นี่....ฉันถามว่าแค่นี้เหรอ” เสียงเย็นเยียบถามคาดคั้นอีกครั้งหนึ่ง นิ้วมือเรียวยกขึ้นขยับแว่นอย่างไม่สบอารมณ์
“เอ่อ...ครับ แค่นี้ครับ....”
เฟรโน่หรี่ตามอง สายตาโหดเงียบของบาทหลวงหนุ่มยิ่งทำให้หมีควายสั่นสะท้าน จากนั้นเขาก็สะบัดตัวพร้อมพูดใส่เสียงดัง “งั้นก็ดี! เธอนอนเล่นไปก่อนหรือไม่...ถ้าเหงาก็ชวนมอเตอร์ไซด์อัคคีอาวุธใหม่ของเซนคุยไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันจะกลับมาซ่อมให้ทีหลัง....คงไม่รีบเจ๊งตอนนี้หรอกใช่ไหม”
“ครับ....ครับ ไม่รีบครับ...” หมีควายตะกุกตะกักตอบ คำสุดท้ายหายไปพร้อมเสียงปิดประตูห้องเสียงดัง
....เจ้านายของเขาจากไปแล้ว....
ความเงียบเริ่มเข้าครอบคลุมรอบกาย หมีควายนั่งนิ่งงันอยู่บนแท่นศิลาหินพลางพยายามควบคุมร่างกายให้หยุดสั่นเพราะอาการกลัวเจ้านายของตน.... ใครว่าเจ้านายของเขาใจดีดูเป็นสุภาพบุรุษ....ขอบอกว่าคนนั้นคิดผิดอย่างแรง! เจ้านายในสายตาเขา โคตร น่ากลัว !!
ตุบ !
เสียงเหมือนของหนักกระทบพื้นเรียกสติโปรแกรมใกล้พังให้สะดุ้งโหยง หมีควายรีบผินหน้าไปมองทางต้นเสียง แล้วเขาก็พบกับมอเตอร์ไซด์อัคคีที่เจ้านายบอกให้เขาคุยด้วยได้....ไอ้ตัวที่เพิ่งทำเขาแพ้แถมพังไปเมื่อกี้นี้เอง
แต่คราวนี้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบมอเตอร์ไซด์เพลิงคันโตหรือรูปแบบปีกเหล็กอีกแล้ว แต่มันอยู่ในรูปแบบผู้ชายที่ดูไม่ออกว่าอยู่วัยอะไร ตัวแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์ ดวงตามีเพียงแค่สีขาวเหลือกๆ ให้เห็นและทรงผมที่เหมือนไฟลุกท่วม บนหน้าอกกว้างก็มีโซ่คล้องหยกสีม่วงเม็ดใหญ่สวยงาม ร่ายกายแข็งแกร่งนั้นยืนนิ่งสงบอยู่บนพื้น...ที่ปลายเท้าคือเครื่องมือทันสมัยของเจ้านาย....มันพังแล้ว
“แก...! ทำอะไรห๊ะไอ้บ้า!! ” หมีควายรีบถลาลงจากแท่นศิลาเข้าหามอเตอร์ไซด์อย่างรวดเร็ว มือแข็งแรงกระชากโซ่หนาจนร่างสูงกว่าเซเข้าหา “แกทำเครื่องมือของเจ้านายพังเลยนะโว้ย! ไอ้นี้แม่งโคตรแพงเลยรู้ไหม!!”
หุ่นมอเตอร์ไซด์กะพริบตาปริบๆ ประมวลผลคำพูดอย่างเชื่องช้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่เปลี่ยน...ความจริงพวกเขารู้จักกันมาเนิ่นนานมากตั้งแต่จำความได้....หลังจากที่เจ้านายสร้างเขาเสร็จก็พาเขาไปอยู่ในห้องเก็บของ ที่นั้นมีสิ่งของมากมาย...รวมทั้งเจ้ามอเตอร์ไซด์นี้ก็ด้วย ปกติเขาไม่ชอบยุ่งกับพวกหุ่นกระป๋องพวกนี้สักเท่าไรเพราะเขาชอบอยู่กับพวกโปรแกรมด้วยกันเสียมากกว่า...แต่เจ้ามอเตอร์ไซด์นี้ดังมากขนาดเขาก็ยังรู้จัก พวกโปรแกรมทุกตัวเรียกมันว่า...
“อัคนี! ” เมื่อเห็นหุ่นมอเตอร์ไซด์นิ่งเงียบไม่ตอบโต้ หมีควายหนุ่มก็เกิดอาการฉุนขาด “ให้ตายสิว่ะ! ไอ้บ้า แกต้องซ่อมมันเดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวเจ้านายกลับมาได้ฆ่าแกตายแน่!”
“ไม่ตายหรอก” เสียงเย็นๆ ลอดออกมาจากปากหุ่นมอเตอร์ไซด์ ดวงตาสีขาวขุ่นเหลือกๆ ฉายแววมั่นใจ มันมองหน้าคนที่ถือโซ่ของมันเอาไว้ก่อนจะพูดไขข้อข้องใจให้หมีควายฟัง “เพราะฉันกลายเป็นของๆ เจ้านายคนใหม่ไปแล้ว...ไม่เหมือนแก....ไอ้โปรแกรมห่วยแตกอย่างแก ไม่นานท่านเฟรโน่ก็จะกำจัดแกทิ้งเหมือนพวกโปรแกรมไร้ประโยชน์...อย่างพวกเพื่อนๆ ของแกนั่นแหละ”
ตุบ !! หมีควายเงื้อหมัดจะเสยใต้คางแต่จู่ๆ ก็มีแรงปะทะเข้าที่ช่องท้องอย่างจัง ทำเอาเขาตัวปลิวหงายเก๋งลงไปนอนกองกับพื้น ตัวงอ หน้าเขียวอมม่วงด้วยความจุกเสียด
อัคนีใช้สายตาสีขาวขุ่นมองร่างหนาบนพื้นอย่างเย็นเยียบพลางก้าวเท้าเข้าหาช้าๆ เหมือนเจอเหยื่อรสเยี่ยมที่ต้องค่อยๆ จัดการเพื่อรักษารสดีนั้นเอาไว้ เขากระชากหมีควายกระแทกเข้ากับแท่นศิลาหินดังโครม แล้วถอดโซ่ที่คล้องคอออกมารัดคออีกฝ่ายอย่างรุนแรงไร้ปราณี
“อะ....อึก...!” ลมหายใจที่ถูกช่วงชิงกับลำคอที่ปวดหนึบทำให้หมีควายต้องดิ้นรนต่อสู้ เขาใช้เล็บปัดป่ายข่วนร่างสูงใหญ่หากแต่มันไม่มีทางทำให้อัคนีเจ็บได้เลย “ปล่อย....ปล่อยฉัน.....”
“...โปรแกรมอ่อนแอน่าจะถูกกำจัดทิ้งเสียให้หมด....ไม่รู้ว่าท่านเฟรโน่จะเก็บแกไว้เป็นขยะให้รกเกลื่อนห้องอยู่ทำไม....” วาจาเชือดเฉือนทำเอาหมีควายหมดแรง ดวงตาปูดโปนด้วยแรงอาฆาต มือทั้งสองเกาะเกี่ยวร่างใหญ่เอาไว้เกร็งแน่นและก่อนที่โปรแกรมทั้งหมดในร่างจะดับลง อัคนีก็ผ่อนแรงโซ่ออกให้หมีควายได้สูดอากาศหายใจอีกครั้ง
“ซี๊ด.....” แต่ยังไม่ทันจะได้หายใจให้ทั่วท้อง ลมหายใจก็กระตุกโดยพลันเมื่อมือแกร่งเย็นเฉียบโฉบเข้าปลดกระดุมกางเกงออกแล้วเข้ากอบกุมแก่นกลางลำตัวพร้อมลำแขนกว้างโอบรัดเข้าหาแน่น หมีควายตาเหลือกด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็สบเข้ากับดวงตาสีขาวขุ่นที่ส่อเค้าถึง....อันตราย “เฮ้ย!! แกทำอะไรวะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!”
อัคนีมองการดิ้นรนที่ไม่กระทบกระเทือนตัวเขาอย่างเย็นชา แล้วก้มลงปล่อยลมเข้ากระซิบที่ข้างหู “...ก็จะทำให้แกรู้ไงล่ะว่า....โปรแกรมอ่อนแออย่างแกควรจะเอาไปใช้ทำกิจอะไร”
สิ้นคำฝ่ามือเย็นเฉียบก็เลื้อยไล้ผิวกายเนียนใต้เสื้อขาดวิ่นที่แทบจะไม่สามารถปกปิดเรือนร่างท่อนบนไว้ได้เลย และไปสะดุดกับหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงด้วยแรงหายใจหนักหน่วง...ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว... นิ้วมือกดย้ำและไล้วนไปมาให้ฝ่ายถูกกระทำเสียวซ่าน
“อึ๊! ปะ...ปล่อย!”
“...แกมันก็แค่โปรแกรมที่รู้สึกดีกับเรื่องสกปรก...ใช่หรือเปล่า”
“มะ....ไม่ อ๊ะ!” หมีควายหอบหนัก หลับตาปี๋รอคอยโอกาสที่จะ....หนี! “ปล่อย....ปะ – ปล่อย! อือ!”
มือที่กุมท่อนกลางลำตัวบดขยี้และเลื่อนไปกดที่บริเวณโคนขาหนักๆ จนร่างหนาข้างใต้อ้าขากว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัว อัคนีแค่นหัวเราะหยันในลำคอทำเอาหมีควายหน้าขึ้นสีแต่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากทนกลั้นเสียงน่าอับอายเท่านั้น ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ไล่ปลายนิ้วกับแก่นกายอย่างแผ่วเบาหากแต่หยาบกระด้างในความรู้สึก สะโพกบดเบียดกับร่างข้างใต้พลางจูบไซร้ซอกคอหอมกลิ่นเหงื่อ.... หมีควายขนลุกซู่.... ผัสสะที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนั้นทำให้เขาทั้งตื่นกลัว....และตื่นเต้น....
“อือ...อื้อ....”
“หึ” ร่างสูงใหญ่รั้งร่างข้างใต้ตรึงไว้กับแท่นศิลาแล้วใช้สายตาร้อนไล่สำรวจเค้าโครงหน้าคมก่อนจะก้มลงไปหา ริมฝีปากเย็นสัมผัสกับปากนุ่มชื้นของอีกฝ่าย หุ่นมอเตอร์ไซด์ขบเม้มหยอกล้อเบาๆ และบดขยี้อย่างร้อนแรงเรียกเสียงครางเครือในลำคอจากร่างหนา
ลิ้นร้อนนัวเนียแลกสัมผัสเนิ่นนานจนหมีควายหายใจไม่ออก มือเรียวจิกทึ้งเรือนผมสีร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงไว้แน่น ลมหายใจเริ่มขาดห้วงลงไปทุกทีจนร่างข้างใต้ต้องส่งเสียงครวญประท้วงให้อัคนีรู้
“อือ...อ่า....มะ....อา.....”
ร่างสูงผละใบหน้าออกไปก่อนจะตรงเข้าบดเบียดหาความหอมหวานภายในโพรงปากนั้นอีกครั้ง หมีควายได้แต่เบี่ยงหน้าหลบยามที่อัคนีไล่จูบไปตามซอกคอขาว
มือที่คอยปัดป้องถูกกำรวบไว้ก่อนจะรั้งให้พาดวางนิ่งบนบ่ากว้างแทน ฝ่ามือใหญ่ชักนำให้อีกฝ่ายไปสู่ห้วงราคะ หมีควายเงยหน้ารับลิ้นที่ดุนดันสอดประสานเกี่ยวกวัดลึกล้ำ เสียงครางกรีดร้องหวานล้ำอยู่แค่ในลำคอเมื่อริมฝีปากยังคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง และอัคนีก็ถอนจูบออก เลื่อนไล่ลงไปกดจูบที่แผ่นอกขาวนวลพร้อมฝากรอยประทับไว้มากมายราวกับจะบอกถึงความเป็นเจ้าของ
ฝ่ามือล่างที่กอบกุมแก่นกายของอีกฝ่ายฉุดดึงอีกฝ่ายแผ่วเบาแต่เปี่ยมไปด้วยความต้องการ ก่อนจะเลื่อนมือข้างนั้นส่งเข้าปากร่างหนา ออกคำสั่งพลางไล่เลียที่ซอกคอหอมกรุ่น “เลียสิ”
ร่างที่อ่อนระทวยยอมทำตามอย่างว่าง่าย รสชาติแปลกประหลาดเต็มไปด้วยตัณหาอบอวลอยู่ในโพรงปาก...ปลายนิ้วแกร่งกดเข้าไปในโพรงปากแล้วกวาดจนทั่ว....หยอกล้อกับลิ้นนุ่มที่เลียนิ้วเขาอย่างหิวกระหาย
“พอแล้ว” อัคนีถอนนิ้วออกก่อนจะเคลื่อนลงไปกลางลำตัวอีกครั้ง เขาโน้มตัวมองจุมพิตร้อนแรง.... ปลายนิ้วเปียกชุ่มกดลึกเข้าสู่ช่องทางเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
“อา!!! เจ็บๆ เอาออกไป!!!! ” ร่างหนาเร่งกระถดตัวหนี หากแต่เรียวแขนแข็งแรงกลับจับสะโพกขาวไว้มั่น พลางชำแรกนิ้วเพิ่มเข้าไปเป็นสองโดยไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืนแต่อย่างใด “บอกว่าให้ปล่อยไงโว้ย!!! อ้าาาา!!!”
ร่างที่รุกรานไม่เอ่ยวาจาใดๆ ช่องทางด้านหลังเริ่มอ่อนนุ่มลง ปลายนิ้วแกร่งจึงเริ่มเร่งความเร็วขยับเข้าออก
“....อือ....อือมม....ม....อะ!!”
แล้วจู่ๆ เสียงครางหวิวก็ดังขึ้นทำให้อัคนีลอบยิ้มที่มุมปากน้อยๆ
เขาขยับปลายนิ้วแตะกระตุ้นสัมผัสนั้นอีกครั้งจนได้ยินเสียงครางหวานๆ ดังขึ้นทุกครั้งที่เคลื่อนไหวแตะกระตุ้น หุ่นมอเตอร์ไซด์ถอนนิ้วออก ให้หมีควายถึงกับกับถอนหายใจโล่งอกแล้วหันหน้าสะบัดหนีไปอีกทาง
“อ้ากกกกกก”
แต่แล้วเสียงกรีดร้องก็ดังลั่นขึ้นอีกครั้งเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมใหญ่โตล่วงล้ำเข้าไปจนสุดโดยไม่บอกกล่าว “เจ็บ....อึก....ฉันเจ็บ! เอาออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!”
“หึ....อยากให้เอาออก....แต่ร่างกาย....ของแกมันอยากได้นี่นา” เสียงว่าหนักๆ ดังพร้อมแรงกระแทกที่ด้านหลังเรียกเสียงหวานล้ำปนความเจ็บปวดออกมาไม่ยากเย็น แต่ด้วยความคับแน่น อัคนีถอยกายออกแล้วค่อยกดเข้าไปใหม่ช้าๆ ค่อยๆ ทำ....จนมีแต่เสียงครางหวานด้วยความสุขสมแทน....
“อือ....อา.....แรงอีก.....อึก...”
หมีควายหยุดเสียงครางหวานลงเมื่อร่างด้านบนฉกริมฝีปากลงมาบดขยี้ปากของเขาแล้วสอดลิ้นเข้ามาพัวพัน จูบร้อนๆ ยิ่งเร่งอุณหภูมิในร่างให้สูงขึ้นอีกครั้ง.... มือเรียวเผลอรั้งท้ายทอยให้อีกฝ่ายแนบชิดสนิทยิ่งขึ้น สัมผัสกันและกันให้มากขึ้น....และรุนแรงมากขึ้น เบื้องล่างยังถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง
เจ็บ....จนชา.... ความซ่านไหวในอารมณ์ทำให้เสียงครางยิ่งหวานล้ำขึ้น....เสียงเนื้อกระทบดังก้องทุกครั้งที่เคลื่อนไหว
บทรัก...ที่ไร้ซึ่งความรักดำเนินไปไปพักใหญ่ๆ และในที่สุดก็สิ้นสุดลงเมื่อร่างข้างใต้ได้เสียงครางต่ำจากอัคนี รู้สึกอุ่นภายในช่องทาง จากนั้นน้ำสีขุ่นร้อนก็ไหลลงมาตามเรียวขาขาวผสมปนเปไปกับเลือดสีแดงฉาน เรียวขาขาวนวลสั่นระริกยามที่อีกฝ่ายถอนตัวออกไปด้วยความรวดเร็ว ความเจ็บปนเสียวซ่านทำให้เขาหลุดเสียงร้องออกมาอีกครั้ง แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ....การที่อีกฝ่ายไปถึงฝั่งแล้วปล่อยให้เขาทรมานอยู่อย่างนี้....
“แก......อึก....” หมีควายกัดฟันกรอด พยายามจะยันตัวขึ้นนั่งโดยมีสายตาของอีกฝ่ายจับจ้องแต่ไร้ซึ่งการช่วยเหลือ
“เห็นรึยังล่ะ....ว่าแกเป็นได้แค่โปรแกรมไว้สนองตัณหาเท่านั้น” อัคนีมองเย็นๆ ไปที่ร่างที่บิดเร้าด้วยแรงอารมณ์ที่ยังไม่ถูกปลดปล่อย คำพูดเย็นชานั้นทำเอาหมีควายอยากจะถลาตัวไปตันหน้ามันนัก แต่เมื่อร่างกายยังระบมขยับไม่ได้อยู่เช่นนี้ เขาจึงทำได้เพียงปลดปล่อยอารมณ์ออกมาโดยผ่านน้ำตาเท่านั้น “....ร้องไห้ทำไม”
“อึก....ไม่เกี่ยวกับแกซะหน่อย! ” อารมณ์เสน่หาทั้งหลายหมดลงเหลือเพียงแต่ความเจ็บแค้นและเศร้าต่อคำครหา “ไปนะ! จะไปไหนก็เรื่องของแก!! ฉันไม่....อื้อ!!!”
แต่แล้วหมีควายก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ริมฝีปากเย็นชืดก็บดเบียดเข้าหามอบจุมพิตหวานๆ ให้....อ้อมแขนแกร่งโอบรัดร่างข้างใต้ก่อนจะผละริมฝีปากและไล่เลียซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน หมีควายได้แต่นิ่งเงียบเหมือนเป็นใบ้ นึกอึ้งกับความอ่อนโยนนั้น....และอีกฝ่ายก็ถอนสัมผัสทุกอย่างออกอีกครั้ง
ร่างหนาหน้าแดงกับสัมผัสเลิศรสครั้งสุดท้าย เผลอกระถดตัวหนีเมื่อมือแกร่งยื่นออกมาตรงหน้า
อัคนีชะงักเล็กน้อยก่อนจะก้มลงเก็บกางเกงของหมีควายและส่งให้เจ้าของด้วยสายตาเย็นชาเช่นเดิม “ใส่ซะ ท่านเฟรโน่ใกล้จะกลับมาถึงแล้ว” สิ้นคำ หมีควายก็ตาหลีตาเหลือกสวมกางเกงแม้จะยังเจ็บระบมอยู่ก็ตาม ในขณะที่อัคนีเพียงแต่ปรายตามองเท่านั้น
“อะ....เอ่อ....” หมีควายอึดอัด แทบไม่อยากจะมองหน้าหุ่นมอเตอร์ไซด์ที่ยืนทำหน้าตายไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องที่ทำกันไปเมื่อกี้ อยากจะกลับเข้าคลังเก็บของแทบตายแต่ก็ต้องรอเจ้านายของตัวเองมาซ่อมให้ก่อนเสียอีก
“ถึงแกจะอ่อนแอแต่ห้ามให้ใครอื่นมาสัมผัสแกอย่างที่ฉันทำเด็ดขาด!” น้ำเสียงเย็นเยียบกล่าวออกมาเรียบๆ ราวกับเป็นคำสั่งที่ขัดขืนไม่ได้ หมีควายเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตามึนงง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสายตาสีขาวขุ่นฉายแววจริงจังหากแต่อ่อนโยน....อย่างที่ไม่เคยได้เห็น อัคนีก้าวเท้าเข้าใกล้อีกฝ่ายแล้วใช้ฝ่ามือเย็นลูบไล่ใบหน้าขาวนวลคมเข้มของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
“ห้ามให้ใครแตะต้องตัวแก....ห้ามให้ใครจูบแก....ห้ามให้ใครกอดแก....ห้ามให้ใครได้เข้าไปในตัวแก....และห้ามให้ใครรักแก....เหมือนที่ฉันทำเด็ดขาด!!”
ตบท้ายประโยคด้วยการมอบจูบลึกล้ำให้ ลิ้นเรียวเกี่ยวกระหวัดรัดรึ้งอย่างเป็นเจ้าของก่อนจะถอนออกอย่างรวดเร็ว และก้าวถอยไปยืนอยู่ในมุมมืดแทบจะในทันทีเช่นกัน
หมีควายที่ยังไม่เข้าใจอะไรดีได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อกับประโยคที่จะว่าบอกรักก็ไม่ใช่ จะสั่งห้ามก็ไม่เชิง....แล้วมันคืออะไรกันเนี่ย ไอ้เสียงเต้นตึกตักในอกอย่างกับมีตำรวจกำลังปืนยิงระรัวถล่มใส่ผู้ก่อนการร้ายชายแดนภาคใต้แบบนี้....นี่ฉันเป็นอะไรไป...ไม่สิ! ไอ้หุ่นกระป๋องนั้นมันพูดอะไร.... ไม่ใช่ว่ามันฟันแล้วทิ้งหรอกเหรอ! ....อะไรกันฟ่ะเนี่ย....!!!
ปึง !!
ประตูเปิดผ่างออกด้วยอารมณ์รุนแรงของผู้เปิด เฟรโน่ก้าวเท้าเข้าห้องพร้อมปล่อยบรรยากาศมาคุไปรอบตัวก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นโปรแกรมห่วยแตกของเขายืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อนตัว....เหมือนกับโดนสต๊าฟ....
“นี่เธอเป็นอะไรไป....เฮ้! ...ไม่ได้ยินทีฉันถามหรือไง”
หมีควายสะดุ้งเฮือกและถดตัวถอยหนีทันทีที่โดนเฟรโน่สัมผัสเข้าที่ไหล่หนา แล้วเขาก็ถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าเป็นเจ้านายของตนเอง แต่แล้วก็ต้องเหงื่อตกเมื่อสัมผัสได้ถึงออร่าทมึนมืดดำที่ลอยกรุ่นออกมาจากร่างชายหนุ่ม หมีควายถอยตัวห่างไปอย่างเงียบๆ แต่ก็โดนมือของเฟรโน่ดึงเอาไว้
“เธอกล้าดียังไงถึงหนีฉัน ห๊ะ!” ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่พอใจจัดเมื่อโดนอีกฝ่ายหนี สายตาสีขี้บุหรี่มองหน้าหมีควายเคืองๆ แล้วก็ต้องชะงักกึกเมื่อเหลือบไปเห็นรอยบางอย่างที่ลำคอ.... ฝ่ามือแกร่งเลื่อนลงไปสัมผัสให้อีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัวอย่างมีพิรุจ เฟรโน่หรี่ตามองเหมือนพ่อจับผิดลูก เล่นเอาคนถูกมองแทบจะลืมหายใจไปทันที “...นี้มัน...รอยอะไรไม่ทราบ....”
หมีควายสะดุ้งอีกครั้ง หน้าเริ่มซีดพร้อมดวงตาที่ลอกแล่กมองหาคำตอบของคำถามนั้น แล้วตาก็เหลือบไปเห็นร่างที่ยืนนิ่งอยู่ในมุมมืด.... ริมฝีปากที่เคยกล่าวแต่ถ้อยคำเย็นชาทำร้ายใจคนฟังค่อยๆ คลี่ยิ้ม....
เอาอีกแล้ว!! หัวใจฉันเต้นแรงอีกแล้ว!!!
เมื่อหาคำตอบไม่ได้ หมีควายได้แต่ก้มหน้างุดพร้อมใบหน้าที่ร้อนฉ่า จะด้วยความอายหรือเปล่าไม่รู้ แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ เหมือนคนปลงอนิจจังดังมาจากเจ้านายของตน จากนั้นก็โดนลากขึ้นไปนั่งบนแท่นศิลาอย่างไม่รู้ตัว
“ไม่นึกเลยว่าสมองเธอก็จะไปด้วยนะ....เดี๋ยวฉันจัดการให้ใหม่หมดเลยดีไหมเนี่ย”
เหมือนได้ยินเสียงบ่นพึมพำเบาๆ ของเจ้านายแต่ตอนนี้ในหัวเขามีแค่ภาพรอยยิ้มอบอุ่นของ....เจ้าหุ่นกระป๋องนั้นเท่านั่น....อา.....ตายละสิ หรือโปรแกรมจะทำงานร่วนหมดเลยอย่างที่เจ้านายว่าจริงๆ ....ทำไมรู้สึกหน้าฉันร้อนไปหมดแบบนี้วะ!!
“เฮ้อ... เอ้า! นั่งดีๆ สิ ฉันจะได้ซ่อมให้เธอได้.... เสร็จเร็วเธอก็จะได้พักเร็วนะ” เสียงของเฟรโน่เรียกสติหมีควายกลับมาอีกครั้ง
รู้สึกเหมือนความร้อนบนหน้าหายไปเกือบหมดแล้วแต่....เสียงหัวใจเต้นนี่สิ....
“เอ่อ...เจ้านายครับ” หมีควายเอ่ยเรียกอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“หืม” อีกฝ่ายก็ตอบรับแผ่วเบา ร่างของเจ้านายหันไปหยิบเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมโปรแกรมออกมาไว้พร้อม มือหยิบแว่นขึ้นสวมก่อนจะหันกลับมาหาเขา คิ้วเรียวที่ขมวดมุ่นเข้าหากันทำให้หมีควายเผลอเม้มริมฝีปากแน่น ....จะถามดีเปล่าวะ... “มีอะไรก็ว่ามาสิ”
....เอาไงเอากันก็ได้โว้ย....!!
“เอ่อ....ไอ้อาการเหมือน...หัวใจเต้นแรงนี้มัน....เกิดมาจากอะไรเหรอครับ” ตัดสินใจถามก็ถามมันตรงๆ นี่แหละ
“หา?” เฟรโน่หลุดเสียงครางสงสัย เขาจ้องหน้าฝ่ายที่ถามคำถามลึกล้ำกับเขาจนตาแทบจะถลน “ช่วยขยายความให้มันชัดๆ หน่อยได้ไหม.... เธอกำลังจะบอกอาการเพี้ยนแบบหลุดๆ ของเธอเหรอ หรือมีตรงไหนพัง...หัวใจ?”
“ไม่ใช่....ไม่ใช่ครับ คือ....” จะหน้าด้านถามต่อดีเปล่าวะ คิดแล้วก็เหลือบตามองฝ่าความมืดอีกครั้งแล้วก็เห็นอัคนียืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีขาวขุ่นมองตรงมาที่เขาแน่วแน่ หมีควายรีบหลบตาหนีแล้วรวบรวมสมาธิถามออกไปแบบตะกุกตะกัก “คือ...ผมรู้สึก....หัวใจมันเต้นแรงมากเลย....แล้ว....แล้วก็รู้สึกว่าหน้ามันร้อนๆ ด้วย....ตอนที่ผม....”
“ตอนที่ผม.... ผมอะไรเหรอ” เฟรโน่เผลอเอามือเช็ดเหงื่อ ...แหม...รู้สึกเหมือนลูกสาวกำลังถามเรื่องรักๆ ยังไงไม่รู้....แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง.... ชายหนุ่มยกมือขึ้นขยี้ผมนิ่มของหมีควายเบาๆ แล้วปลอบเสียงแผ่ว “ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ อธิบายมาก็ได้....กลัวฉันหรือไง”
“ไม่ใช่ครับ! เอ่อ...ใช่ครับ....ง่า....” ยิ่งพูดยิ่งงง ลิ้นพันกันไปหมดแล้ว “คือ...ผมรู้สึกอายๆ ตอนที่มองหน้า....ใครคนหนึ่งนะครับ อยากให้เขาสัมผัสผมอีกแต่ก็กลัว....แล้ว....แล้วก็ใจเต้นแรงมากเลยเหมือนกับจะทะลุออกมาจากอกให้ได้ด้วย....เอ่อ...ว่าแต่ผมมีหัวใจด้วยเหรอ”
เฟรโน่นิ่งเงียบ ไม่ตอบ ไม่กระดุกกระดิกเลยด้วยซ้ำ จนเมื่ออีกฝ่ายมาสะกิดตัวนั่นแหละเขาถึงหลุดจากภวังค์มาได้ ชายหนุ่มก้มหน้าลงพลางเช็ดแว่นก่อนสวมเข้าไปใหม่ ก่อนจะถอดออกมาแล้วเช็ดซ้ำคล้ายกับหลบหน้าไม่กล้าตอบคำอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้านายครับ....” เสียงอ้อนวอนขอคำตอบยิ่งทำเอาคนอย่างเฟรโน่ลนลาน
“หึ” อัคนีที่มองเหตุการณ์อยู่นั่นเค้นหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เขารู้คำตอบของคำถามที่หมีความถามออกมาทั้งหมด อยากจะตอบเองแต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าท่านเฟรโน่ตอบมันจะเป็นยังไง และอดหวงไม่ได้ตอนที่ผมนุ่มสีน้ำตาลนั้นถูกมือของคนอื่นแตะต้อง.... แต่ยังไงนั้นก็เป็นเจ้านาย.....เขาเข้าใจดี....ล่ะมั้ง“
เอ่อ....” นี้เป็นครั้งแรกที่เฟรโน่รู้สึกอึดอัดที่จะตอบคำถาม หรือว่าลูกสาว...ไม่สิ....ลูกชายของเขาจะออกเรือนกันนะถึงได้ถามคำถามแบบนั้นกับเขา “คืออย่างนี้นะหมีควาย....ไอ้อาการแบบนั้นมันเป็นเพราะ...ปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างทางวิทยาศาสตร์ ลึกลงไปในระบบวิชาชีวภาพเรื่องของหัวใจโดยเฉพาะ....เอิ่ม....เพราะเลือดสูบฉีดเร็วนะเธอก็เลยรู้สึกใจเต้นแรง อาการแบบนี้แสดงว่าเธอมีสุขภาพแข็งแรงดีนะรู้ไหม....แล้วก็ที่รู้สึกหน้าร้อนๆ ก็เพราะ....เพราะ....เธอกำลังร้อนและอาจจะเป็นลมได้นะสิ.....ต้องรักษาตัวหน่อยนะ....เอ่อ....”
อะไรอ่ะเจ้านาย....เดี๋ยวก็บอกว่าสุขภาพดี เดี๋ยวก็บอกให้รักษาตัว....ตกลงผมเป็นอะไรกันแน่ครับเนี่ย.... หมีควายมองเจ้านายด้วยสายตาบ๊องแบ๊วแต่ไม่มีความโมเอะเลยแม้แต่น้อย
เฟรโน่ขยับแว่นแบบจนปัญญาจะตอบแต่ก็ไถ่ไปเลย “...เอ่อ....ดูเหมือนฉันต้องเช็ครังไข่กับต่อมเอสเตอโรนของเธอหน่อยแล้ว....นี่ฉันสร้างให้เธอเป็นเพศอะไรนะ....ใช่เพศผู้หรือเปล่า....ชักไม่แน่ใจแฮะ หรือบางทีอาจจะมีความผิดปกติของต่อมไร้ท่อทั้งหมด....ง่า....” แล้วเขาก็ต้องถอนหายใจ....ไถ่ไปไหนไม่ได้อีกแล้ว....
“เอาใหม่นะหมีควาย....” เฟรโน่จ้องตาโปรแกรมที่อยู่ในโอวาทแล้วหน้าแดงทันใด ก่อนจะเริ่มเปิดการสนทนาขึ้นอีกครั้ง “คืออาการที่เธอเป็นอยู่นะศัพท์ทางวิทยาศาสตร์เค้าเรียกกันว่า อาการตกหลุมรัก คือ...เราพบว่ามีหลายคนที่เวลามีอาการป่วยจะมีอาการแบบที่เธอเป็นอยู่ จากการทดลองค้นคว้าวิจัยทั่วโลก....เราก็สรุปการอาการนี้ว่าเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ เป็นแบบว่า....เอ่อ....เธอต้องการที่จะผสมพันธุ์กับใครคนนั้นที่เธอใจเต้นแรงด้วย....ประมาณนั่นแหละ”
ฟังคำพูดแบบวิทยาศาสตร์จำไมของเฟรโน่จบ หมีควายก็รู้สึกเหมือนหัวใจชักจะสูบฉีดเลือดดีเกินไปเสียแล้ว ก็ตอนนี้เขารู้สึกหน้าแดงไปทั้งหน้า แถมได้ยินเสียงซู่ๆ ออกมาจากหูเหมือนเครื่องจะพังอีกต่างหาก
โอเค...ผมเข้าใจแล้ว.... เจ้านายไม่ต้องพูดแล้วครับ....
คิดแล้วก็ก้มหน้าหลบเพิ่งจะสำเหนียกได้ว่า ทั้งคำถามและคำตอบทั้งหมดของเขากับเจ้านาย ไอ้หุ่นกระป๋องนั้นอาจจะได้ยินด้วย... หมีควายเหลือบมองอีกครั้ง และก็เป็นอย่างที่คาดไว้... อัคนีกำลังมองเขาอยู่พร้อมรอยยิ้มเหยียดๆ ตามแบบฉบับ! ไอ้บ้านั้นมันได้ยินหมดเลยนี่หว่า!! อ้าก!!! ....ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้อยู่ในอาการ ตกหลุมรัก แกสักหน่อย!!!
“หึหึหึ” เสียงหัวเราะดังออกมากระทบหู ยิ่งเร่งให้เลือดลมสูบฉีดดียิ่งขึ้นเสียอีกจนรู้สึกเหมือนเครื่องใกล้พังเต็มที
“เอ่อ...ก็แบบที่ว่านั่นแหละ....แล้วนี่เธอไปตกหลุมรักใครเขาเข้าล่ะ” เฟรโน่ยิ้มแหยให้แล้วเริ่มตรวจโปรแกรมของเขา....ตรวจไปใจเต้นไป....เฮ้อ....ลูกเขาจะออกเหย้าออกเรือนเสียแล้วแต่พ่อคนนี้ยังทำใจไม่ได้ง่ะ “ง่า...ไม่ต้องบอกก็ได้นะ ถอดเสื้อออกทีสิ ฉันจะได้ตรวจให้”
หมีควายรับคำอย่างอายๆ ถอดเสื้อขาดวิ่นนั้นออกตามคำสั่ง โดยลืมไปว่า....
“อ้าก!! คิสมาร์คพวกนี้มันมาจากไหนกันเนี่ย!!!”
The END
edit @ 18 Oct 2008 12:03:33 by Aiwen♠Snow
edit @ 18 Oct 2008 12:17:42 by Aiwen♠Snow